ตอนที่ 2: เสียงกระซิบจากเงามืด

ความรู้สึกหนักอึ้งค่อยๆ คลายตัวลง เอเดนลืมตาขึ้นช้าๆ แสงสลัวๆ ลอดผ่านกิ่งไม้สูงใหญ่เข้ามาต้องใบหน้า เขาพบว่าตัวเองนอนอยู่บนพื้นดินเย็นเฉียบ กลิ่นอับชื้นของป่าคละคลุ้งไปทั่ว ร่างกายของเขายังคงอ่อนแรงจากการใช้พลังงานเมื่อคืนก่อน แต่ความเจ็บปวดไม่ได้รุนแรงเท่าที่ควรจะเป็น

เขาลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล กวาดสายตามองไปรอบๆ สิ่งที่เขาเห็นคือป่าที่เงียบสงัดเหมือนเดิม ไม่มีร่องรอยของร่างเงาสีดำปริศนานั่นเลย ราวกับว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่ความฝันร้าย

“นี่ฉัน…ฝันไปงั้นเหรอ” เอเดนพึมพำกับตัวเอง

ทันใดนั้น เสียงแผ่วเบาก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของเขา มันไม่ใช่เสียงกระซิบที่น่าสะพรึงกลัวอย่างเมื่อคืน แต่เป็นเสียงที่อ่อนโยนและคุ้นเคย

“เจ้าไม่ได้ฝันไป…เอเดน…”

เอเดนเบิกตากว้าง เขาจำเสียงนั้นได้ เสียงเดียวกับที่เขาได้ยินก่อนที่จะหมดสติไปเมื่อคืนนี้

“ใครน่ะ!” เอเดนตะโกนลั่น พยายามมองหาที่มาของเสียง แต่ก็ไม่พบสิ่งใด

“ข้าอยู่กับเจ้า…ในตัวเจ้า…” เสียงนั้นตอบ “ข้าคือส่วนหนึ่งของเจ้า…มานานแสนนานแล้ว

เอเดนพยายามทำความเข้าใจ เขาหลับตาลง พยายามตั้งสติ และเมื่อเขาทำเช่นนั้น เสียงนั้นก็ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังพูดอยู่ข้างๆ เขา

“เจ้าคือผู้ถูกเลือก…ผู้ที่จะนำแสงสว่างกลับคืนมา…”

“แสงสว่างอะไรกัน” เอเดนถามในใจ “และเธอเป็นใคร”

“ข้าคือผู้พิทักษ์…ผู้ที่ถูกผูกพันกับดวงตาสีเงินของเจ้ามาตั้งแต่กำเนิด” เสียงนั้นตอบ “ข้าปรากฏตัวเมื่อถึงเวลาที่โลกต้องการ…ผู้ที่จะต่อสู้กับเงามืด

เอเดนพยายามนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เขาจำได้ว่าดวงตาของเขาเรืองแสง และเขาก็สามารถขับไล่ร่างเงาสีดำนั้นไปได้

“เงามืด…มันคืออะไร” เอเดนถาม

“มันคือพลังที่กำลังกลืนกินโลกใบนี้…มันดูดกลืนชีวิต…ดูดกลืนความหวัง…มันจะเปลี่ยนทุกสิ่งให้กลายเป็นความว่างเปล่า” เสียงนั้นเต็มไปด้วยความโศกเศร้า

“แล้วฉันจะทำอะไรได้บ้าง” เอเดนรู้สึกถึงความสิ้นหวัง “ฉันเป็นแค่คนธรรมดา”

“เจ้าไม่ใช่คนธรรมดา…เอเดน…เจ้ามีพลังที่หลับใหลอยู่ในตัว…พลังที่จะต่อกรกับเงามืด”

“แล้วฉันจะใช้พลังนั้นได้ยังไง” เอเดนถาม ความหวังริบหรี่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ

“เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมมัน…เรียนรู้ที่จะเชื่อมโยงกับพลังแห่งชีวิต…พลังที่ตรงข้ามกับเงามืด”

เอเดนลุกขึ้นยืนช้าๆ เขามองไปรอบๆ ป่าที่ดูเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไป แต่ในใจของเขารู้ดีว่าทุกสิ่งได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว

“แล้วฉันจะเริ่มจากตรงไหน” เอเดนถาม

“จงออกเดินทาง…เอเดน…ออกตามหา ผู้รู้แจ้ง แห่งหอคอยแห่งความรู้…เขาจะนำทางเจ้า”

“หอคอยแห่งความรู้…มันอยู่ที่ไหน” เอเดนไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนในชีวิต

“อยู่ไกลออกไป…ทางทิศเหนือ…การเดินทางของเจ้าจะไม่ง่าย…แต่เจ้าไม่ได้อยู่คนเดียว…”

เสียงนั้นค่อยๆ จางหายไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงัน เอเดนยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น เขามีพลังที่เหนือธรรมชาติ เขามีภารกิจที่ยิ่งใหญ่ และเขากำลังจะออกเดินทางสู่ดินแดนที่ไม่รู้จัก

เขาสูดลมหายใจลึกๆ พยายามรวบรวมความกล้าและความมุ่งมั่น แม้จะเต็มไปด้วยความกลัว แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะอยู่เฉยได้อีกต่อไป หมู่บ้านของเขาถูกกลืนกิน ผู้คนหายไป และเขาก็เป็นความหวังเดียวที่จะนำแสงสว่างกลับคืนมา

เอเดนตัดสินใจเดินกลับไปยังกระท่อมของเขา เพื่อเตรียมข้าวของที่จำเป็นสำหรับการเดินทาง เขาหยิบขวานประจำกายขึ้นมา ตรวจสอบความคมของมัน และเก็บเสบียงอาหารแห้งเท่าที่จะหาได้

เมื่อทุกอย่างพร้อม เอเดนก็เดินออกจากกระท่อมอีกครั้ง เขาหันกลับไปมองหมู่บ้านเอนาธีที่เงียบสงัดเป็นครั้งสุดท้าย ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นเข้ามาในหัวใจ แต่เขาก็รู้ว่าการอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้ช่วยอะไร

เขาหันหลังกลับ แล้วมุ่งหน้าสู่ทิศเหนือ มุ่งหน้าสู่การเดินทางที่ไม่รู้จุดหมาย แต่เต็มไปด้วยความหวังและความท้าทาย

ในขณะที่เขาก้าวเดินเข้าไปในป่าลึก แสงสว่างจางๆ ก็ส่องออกมาจากดวงตาของเขา แสงสีเงินที่เรืองรองในความมืดมิด เป็นสัญลักษณ์ของพลังที่เพิ่งตื่นขึ้น และเป็นคำมั่นสัญญาว่าจะต่อสู้กับเงามืดที่กำลังคืบคลานเข้าสู่โลกใบนี้