ตอนที่ 2: เงาในเงา

ความหนาวเย็นที่กัดกินกระดูกค่อยๆ จางหายไป เอลิซ่ารู้สึกถึงความอบอุ่นบางอย่างที่ห่อหุ้มร่างกาย เธอขยับเปลือกตาช้าๆ ลืมตาขึ้นมาพบกับแสงสลัวๆ ที่ลอดผ่านผืนผ้าใบเก่าๆ เข้ามา กลิ่นสมุนไพรและควันไฟอ่อนๆ ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ เธอพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงชั่วคราวที่ทำจากฟางแห้งนุ่มๆ ภายในกระโจมเล็กๆ

“ตื่นแล้วหรือ…เด็กสาว” เสียงแหบพร่าแต่แผ่วเบาดังขึ้น เอลิซ่าหันขวับไปมอง หญิงชราคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ข้างกองไฟเล็กๆ ในกระโจม เธอมีใบหน้าเหี่ยวย่นตามกาลเวลา ดวงตาของเธอฉายแววเมตตา แต่ก็มีความลึกลับซ่อนอยู่

“ฉัน…” เอลิซ่าพยายามจะพูด แต่เสียงของเธอแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน

หญิงชราส่งถ้วยไม้ที่บรรจุน้ำสมุนไพรกลิ่นหอมให้ เอลิซ่ารับมาดื่มช้าๆ น้ำอุ่นๆ ไหลลงสู่ลำคอ ช่วยให้ร่างกายของเธอรู้สึกสดชื่นขึ้นมาก

“ท่านเป็นใคร” เอลิซ่าถาม เสียงของเธอเริ่มชัดเจนขึ้น

“ข้าชื่อ มาเรีย” หญิงชราตอบ “ข้าพาท่านมาที่นี่ หลังจากพบท่านหมดสติอยู่ในป่าเมื่อคืนนี้”

เอลิซ่านึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ร่างเงาสีดำปริศนา แสงจากสร้อยจี้ และเสียงลึกลับที่เธอได้ยินก่อนหมดสติไป

“หมู่บ้านอาเซลล์…เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา” เอลิซ่าถามด้วยความกังวล

มาเรียถอนหายใจ “หมู่บ้านของเจ้า…ถูกกลืนกินด้วย เงามืด แล้ว”

คำว่า ‘เงามืด’ ทำให้เอลิซ่าสะดุ้งเล็กน้อย “มันคืออะไร”

มาเรียเงยหน้ามองเพดานกระโจมที่มืดมิด “มันคือพลังงานที่เก่าแก่…เก่าแก่กว่าที่มนุษย์จะจินตนาการได้ มันไม่ได้มีตัวตนทางกายภาพ แต่จะแสดงตัวตนผ่านความมืดมิด ความกลัว และความสิ้นหวัง มันดูดกลืนชีวิตและจิตวิญญาณของผู้คน ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า”

“แล้วฉันรอดมาได้ยังไง” เอลิซ่าถามพลางยกมือขึ้นสัมผัสสร้อยจี้ที่คอ “และสร้อยจี้นี้…”

มาเรียยิ้มบางๆ “สร้อยจี้นั้น…ไม่ใช่สร้อยจี้ธรรมดา มันคือ จี้แห่งจันทรา เป็นของวิเศษที่ถูกสร้างขึ้นจากพลังงานบริสุทธิ์ของดวงจันทร์ ถูกส่งต่อกันมาในตระกูลของเจ้าจากรุ่นสู่รุ่น และเจ้า…คือ ผู้พิทักษ์จันทรา คนสุดท้าย”

เอลิซ่าเบิกตากว้าง “ผู้พิทักษ์จันทรา…” เธอไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน

“ใช่แล้ว” มาเรียพยักหน้า “พลังของจี้แห่งจันทราได้ปกป้องเจ้าจากเงามืด และได้ปลุกพลังที่หลับใหลอยู่ในตัวเจ้าให้ตื่นขึ้น”

“พลังอะไร” เอลิซ่าถามอย่างไม่เข้าใจ

“พลังที่จะสื่อสารกับวิญญาณแห่งแสงสว่าง…พลังที่จะต่อกรกับเงามืด” มาเรียตอบ “และพลังนั้น…ได้เชื่อมโยงกับ เงาในเงา

คำว่า ‘เงาในเงา’ ทำให้เอลิซ่ารู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมาอีกครั้ง “มันคืออะไร”

มาเรียลุกขึ้นยืน เดินไปหยิบม้วนคัมภีร์เก่าๆ ที่ทำจากหนังสัตว์ออกมา เธอคลี่มันออกช้าๆ เผยให้เห็นภาพวาดโบราณที่แสดงถึงร่างเงาสีดำขนาดใหญ่ที่กำลังกลืนกินโลก

“เงามืดนั้นมีผู้นำ” มาเรียกล่าว น้ำเสียงของเธอดุดันขึ้น “มันคือ ลอร์ดแห่งเงามืด ผู้ที่ถูกขับไล่ออกจากดินแดนแห่งแสงสว่างเมื่อหลายร้อยปีก่อน และบัดนี้…มันกำลังกลับมา เพื่อช่วงชิงทุกสิ่ง”

“แล้วเงาในเงา…” เอลิซ่าถาม

“เงาในเงามิใช่ปีศาจ” มาเรียตอบ “แต่มันคือ วิญญาณ ของผู้ถูกเลือกในอดีต ผู้ที่เคยต่อสู้กับลอร์ดแห่งเงามืด และยอมสละชีวิตเพื่อผนึกมันไว้ในเงามืดนิรันดร์ พวกเขายังคงอยู่…รอคอยผู้พิทักษ์จันทราคนต่อไป…รอคอยเจ้า”

“แล้วฉันต้องทำอะไร” เอลิซ่าถาม ความหวังและความกลัวปะปนกันอยู่ในใจ

“เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะใช้พลังของจี้แห่งจันทรา…เรียนรู้ที่จะสื่อสารกับวิญญาณแห่งแสงสว่าง…และเรียนรู้ที่จะควบคุมพลังของเงาในเงา” มาเรียกล่าว “มันคือเส้นทางที่อันตรายและโดดเดี่ยว…แต่เจ้าคือความหวังเดียวของโลกใบนี้”

เอลิซ่าก้มลงมองสร้อยจี้ที่ส่องประกายสีเงินวาว เธอสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่ในนั้น พลังงานที่อบอุ่นและคุ้นเคย

“ฉันจะทำ” เอลิซ่ากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ฉันจะปกป้องหมู่บ้านของฉัน…และโลกใบนี้”

มาเรียยิ้ม “ดีมากเด็กสาว…แต่ก่อนอื่น…เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะฟังเสียงของมันก่อน”

มาเรียชี้ไปที่กำแพงกระโจมที่ดูมืดมิดและว่างเปล่า แต่เอลิซ่ารู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในเงามืดนั้น บางสิ่งบางอย่างที่กำลังจ้องมองเธออยู่

“หลับตาลง” มาเรียกล่าว “แล้วลองสัมผัสถึงมัน สัมผัสถึงพลังงานที่ซ่อนอยู่ในเงามืดนั้น”

เอลิซ่าหลับตาลงช้าๆ สูดลมหายใจลึกๆ พยายามทำจิตใจให้ว่างเปล่า พยายามปลดปล่อยความกลัวและความกังวล และเมื่อเธอทำเช่นนั้น เธอได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบา เสียงที่แตกต่างจากเสียงแหบพร่าของลอร์ดแห่งเงามืด เสียงนี้อ่อนโยนและเต็มไปด้วยพลังงานที่คุ้นเคย

“ผู้พิทักษ์จันทรา…จงตื่นขึ้น…พลังแห่งแสงสว่างอยู่ในตัวเจ้า…”

เสียงนั้นไม่ใช่เสียงเดียว แต่เป็นเสียงกระซิบจากหลายๆ เสียงที่ประสานกัน ราวกับเป็นเสียงของวิญญาณนับพันที่กำลังพูดกับเธอ เอลิซ่ารู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย เธอรู้ว่านี่คือเสียงของเงาในเงา วิญญาณของอดีตผู้พิทักษ์จันทราที่กำลังสื่อสารกับเธอ

เอลิซ่าลืมตาขึ้น ดวงตาของเธอส่องประกายสีเงินเรืองรองเช่นเดียวกับจี้แห่งจันทรา เธอหันไปมองมาเรียด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับโชคชะตาของเธอ

“ฉันพร้อมแล้ว” เอลิซ่ากล่าว “พร้อมที่จะเรียนรู้”

มาเรียยิ้ม “ดีมาก…การเดินทางของเจ้าเพิ่งเริ่มต้น…และมันจะไม่ง่ายเลย”