ตอนที่ 3: บททดสอบแห่งจิตใจ

แสงอาทิตย์ยามสายสาดส่องลงมาระหว่างกิ่งไม้สูงใหญ่ ส่องประกายระยิบระยับบนหยาดน้ำค้างที่เกาะอยู่บนใบหญ้า ป่าที่เคยเงียบสงบในความรู้สึกของเอไลจาห์ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงกระซิบกระซาบที่จับต้องได้ เสียงของสายลมที่พัดผ่านใบไม้ เสียงของลำธารที่ไหลริน และเสียงของสรรพชีวิตที่เคลื่อนไหวอย่างเร้นลับ รอบตัวเขามีชีวิตชีวามากกว่าที่เคยเป็นมา

ลีลากำลังนั่งอยู่บนก้อนหินใหญ่ มีดวงตาที่สงบนิ่ง เธอกำลังสอนเอไลจาห์ถึงการเชื่อมโยงกับวิญญาณแห่งธรรมชาติ ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกของการปลุกพลังที่ไคกล่าวถึง

“ท่านเอไลจาห์” ลีลากล่าว เสียงของเธอนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความหนักแน่น “ก้าวแรกคือการทำจิตใจให้ว่างเปล่า ปล่อยวางความกังวล ความกลัว และความสับสนทั้งหมดที่อยู่ในใจของท่าน”

เอไลจาห์นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นดิน หายใจเข้าออกช้าๆ ลึกๆ พยายามทำตามคำแนะนำของลีลา แต่ภาพของหมู่บ้านที่ถูกความมืดกลืนกิน และความหวาดกลัวต่อร่างเงาปริศนาเมื่อคืนก่อนยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเขา

“มันยากเหลือเกิน” เขากล่าว พลางถอนหายใจ “ความคิดพวกนั้นมันไม่ยอมหายไปเลย”

ลีลายิ้มบางๆ “นั่นเป็นเรื่องปกติค่ะ จิตใจของท่านยังไม่คุ้นชินกับการปลดปล่อย ลองนึกถึงเพียงแค่ลมที่พัดผ่านใบหน้า เสียงของนกที่ร้องอยู่บนฟ้า ลองหลอมรวมตัวท่านเข้ากับผืนป่าแห่งนี้”

เอไลจาห์หลับตาลงอีกครั้ง คราวนี้เขาพยายามอย่างหนักที่จะจดจ่ออยู่กับเสียงรอบตัว เสียงของไคที่เคยได้ยินเมื่อเช้ายังคงแผ่วเบาอยู่ภายในจิตใจของเขา คล้ายกำลังให้กำลังใจ

“ท่านเอไลจาห์…ท่านทำได้…จงเชื่อมั่นในตัวเอง” เสียงของไคดังขึ้นในห้วงความคิด

ความรู้สึกสงบเริ่มเข้ามาแทนที่ความสับสน เอไลจาห์รู้สึกเหมือนร่างกายของเขาเริ่มเบาลง ความคิดต่างๆ ค่อยๆ เลือนหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าและความรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติรอบตัว

ทันใดนั้น ภาพบางอย่างก็ปรากฏขึ้นในจิตใจของเขา เป็นภาพของต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่มีกิ่งก้านสาขาแผ่ไพศาล รากของมันหยั่งลึกลงไปในผืนดิน แสงสว่างจางๆ เปล่งประกายออกมาจากแก่นกลางของต้นไม้

“ข้าเห็นต้นไม้ต้นหนึ่ง…” เอไลจาห์พึมพำ

ลีลาพยักหน้าช้าๆ “นั่นคือ ต้นไม้แห่งวิญญาณ ค่ะ เป็นศูนย์รวมพลังงานของป่าแห่งนี้ และเป็นประตูสู่โลกของวิญญาณ”

“แล้วฉันจะเข้าไปในนั้นได้ยังไง” เอไลจาห์ถาม

“ท่านต้องใช้จิตใจของท่านค่ะ” ลีลาตอบ “ลองสัมผัสถึงมัน สัมผัสถึงพลังงานที่เปล่งประกายออกมาจากมัน”

เอไลจาห์พยายามทำตาม เขานึกถึงต้นไม้แห่งวิญญาณในจิตใจ พยายามยื่นมือออกไปสัมผัสกับพลังงานที่เปล่งประกายออกมาจากมัน และทันใดนั้น เขาก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกดึงดูดเข้าไปในโลกอีกใบหนึ่ง

เขาลืมตาขึ้น และพบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่หน้าต้นไม้ใหญ่ต้นนั้น ร่างกายของเขารู้สึกโปร่งเบา ราวกับไม่ได้มีน้ำหนัก เขาพยายามจะสัมผัสต้นไม้ แต่ก็รู้สึกว่ามือของเขาทะลุผ่านลำต้นไป

“นี่คือจิตใจของฉันงั้นเหรอ” เอไลจาห์พึมพำ

“ใช่แล้วท่านเอไลจาห์…” เสียงของไคดังขึ้นข้างๆ เขา เมื่อหันไปมองก็พบว่าเด็กชายตัวเล็กๆ ที่มีแสงเรืองรองอยู่รอบตัวยืนอยู่ข้างๆ เขา รอยยิ้มของไคดูมีความสุขและไร้เดียงสา

“ไค…ลูกอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย” เอไลจาห์เอื้อมมือไปหาไค แต่ก็สัมผัสไม่ได้

“ข้าเป็นเพียงภาพสะท้อนของวิญญาณท่านเท่านั้น…แต่ข้าสามารถนำทางท่านได้” ไคกล่าว “นี่คือบททดสอบแรกของท่าน บททดสอบแห่งจิตใจ

“บททดสอบอะไร” เอไลจาห์ถาม

“ท่านต้องผ่านเขาวงกตแห่งความกลัว” ไคตอบ “มันเป็นเขาวงกตที่สร้างขึ้นจากความกลัวและความกังวลที่อยู่ในใจของท่าน หากท่านผ่านไปได้ ท่านก็จะสามารถเชื่อมโยงกับพลังที่แท้จริงได้

เอไลจาห์มองไปยังทางเดินเบื้องหน้า ที่ดูเหมือนเขาวงกตที่มืดมิดและคดเคี้ยว เขารู้สึกถึงความกลัวที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจอีกครั้ง

“ฉันจะต้องเดินเข้าไปในนั้นงั้นเหรอ” เขากล่าว

“ท่านต้องกล้าเผชิญหน้ากับความกลัวของท่านเอง” ไคกล่าว “ไม่มีใครสามารถช่วยท่านได้นอกจากตัวท่านเอง

เอไลจาห์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขารู้ดีว่าไม่มีทางเลือก เขาต้องทำสิ่งนี้เพื่อหมู่บ้าน เพื่อไค และเพื่อโลกใบนี้ เขาเริ่มก้าวเดินเข้าไปในเขาวงกตแห่งความกลัว

ภายในเขาวงกตมืดมิดและเงียบสงัด มีเพียงเสียงหัวใจของเขาที่เต้นรัว เสียงนั้นยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเขาเดินลึกเข้าไป

ทันใดนั้น ภาพหลอนก็เริ่มปรากฏขึ้นรอบตัวเขา ภาพของชาวบ้านที่กำลังล้มป่วย ภาพของบ้านเรือนที่ถูกความมืดกลืนกิน และภาพของร่างเงาปริศนาที่กำลังจ้องมองเขาด้วยดวงตาสีแดงฉาน

“ไม่จริงน่า!” เอไลจาห์ตะโกน “พวกแกเป็นแค่ภาพหลอน!”

แต่ภาพเหล่านั้นก็ยังคงตามหลอกหลอนเขา เขารู้สึกถึงความกลัวที่เข้าครอบงำจิตใจ พยายามวิ่งหนี แต่เขาวงกตก็ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด

“ท่านเอไลจาห์…อย่าให้ความกลัวครอบงำจิตใจของท่าน” เสียงของไคดังขึ้น “จงจำไว้ว่า…ท่านไม่ได้อยู่คนเดียว

คำพูดของไคทำให้เอไลจาห์หยุดชะงัก เขาพยายามรวบรวมสติ หายใจเข้าออกลึกๆ พยายามนึกถึงลีลา นึกถึงไค และนึกถึงความหวังที่เขามี

“ฉันจะไม่ยอมแพ้” เขากัดฟันพูด

เอไลจาห์หลับตาลง พยายามทำจิตใจให้ว่างเปล่าอีกครั้ง เขานึกถึงแสงสว่างที่เปล่งประกายออกมาจากต้นไม้แห่งวิญญาณ นึกถึงพลังงานที่อบอุ่นที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเขา

ทันใดนั้น ภาพหลอนรอบตัวเขาก็เริ่มจางหายไป ความมืดมิดในเขาวงกตก็เริ่มสว่างขึ้นช้าๆ

เขาเปิดตาขึ้น และพบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ตรงกลางของเขาวงกต แสงสว่างจ้าสาดส่องลงมาจากเบื้องบน เขาวงกตที่เคยเป็นเพียงความมืดมิด บัดนี้กลายเป็นทางเดินที่สว่างไสว

ไคปรากฏขึ้นข้างๆ เขา รอยยิ้มของเขาสว่างไสวกว่าเดิม

“ท่านทำได้แล้วท่านเอไลจาห์…ท่านผ่านบททดสอบแห่งจิตใจแล้ว” ไคกล่าว

เอไลจาห์รู้สึกถึงความโล่งใจอย่างที่สุด เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเขา พลังงานที่บริสุทธิ์และแข็งแกร่ง

“แล้วตอนนี้ฉันต้องทำอะไรต่อ” เอไลจาห์ถาม

“ท่านต้องกลับไปที่ร่างของท่าน…แล้วเรียนรู้ที่จะใช้พลังนี้” ไคตอบ “ข้าจะอยู่กับท่านเสมอ…ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใด

ภาพของไคค่อยๆ เลือนหายไป เอไลจาห์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกดึงกลับไปยังโลกแห่งความเป็นจริง

เขาลืมตาขึ้น และพบว่าตัวเองยังคงนั่งอยู่บนพื้นดินข้างๆ ลีลา แสงแดดยามสายยังคงสาดส่องลงมา ต้องใบหน้าของเขา

“ท่านกลับมาแล้ว” ลีลากล่าว “ท่านเป็นอย่างไรบ้าง”

เอไลจาห์ยิ้ม “ฉัน…ฉันผ่านมันมาได้”

ลีลายิ้มตอบ เธอสัมผัสได้ถึงพลังงานที่เปลี่ยนไปในตัวของเอไลจาห์

“ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานที่บริสุทธิ์ในตัวท่านค่ะ” ลีลากล่าว “ท่านได้เชื่อมโยงกับวิญญาณของธรรมชาติแล้ว”

เอไลจาห์มองไปยังผืนป่ารอบตัว คราวนี้เขาสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างออกไป เขาสามารถรู้สึกถึงพลังชีวิตที่ไหลเวียนอยู่ในต้นไม้ทุกต้น ในใบหญ้าทุกใบ และในสรรพชีวิตทุกตัว

“แล้วตอนนี้เราจะทำยังไงต่อ” เอไลจาห์ถาม

ลีลาลุกขึ้นยืน “ถึงเวลาที่ท่านจะต้องเรียนรู้ที่จะใช้พลังนั้นแล้วค่ะ เราจะเริ่มจากสิ่งง่ายๆ ก่อน…การสัมผัสถึงสิ่งมีชีวิตรอบตัว”

เอไลจาห์พยักหน้า เขารู้สึกตื่นเต้นและกังวลในเวลาเดียวกัน การเดินทางของเขายังอีกยาวไกล แต่เขาก็พร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับมัน

เขาหลับตาลงอีกครั้ง พยายามสัมผัสถึงวิญญาณของธรรมชาติรอบตัวเขา และในความมืดมิดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงกระซิบของไคอีกครั้ง

“ท่านเอไลจาห์…การเดินทางของท่านเพิ่งเริ่มต้น…แต่ท่านไม่ได้อยู่คนเดียว…”