ตอนที่ 4: เงาแห่งนรก

ร่างเงาสีดำทมิฬที่ผุดขึ้นจากต้นไม้ที่ถูกสาปนั้น แผ่รังสีอำมหิตออกมาอย่างรุนแรง ดวงตาสีแดงฉานของมันจ้องมองมายังเอลิน่าด้วยความอาฆาต ราวกับว่าความเกลียดชังนับร้อยปีได้ถูกหลอมรวมอยู่ในร่างเดียว

"เจ้า...ผู้มีสายเลือดบริสุทธิ์...จะต้องชดใช้!" เสียงแหบพร่าของมันก้องกังวานในหุบเขา ราวกับเสียงร้องของวิญญาณนับพันที่ถูกจองจำ

เอลิน่าสัมผัสได้ถึงพลังงานด้านลบที่พุ่งเข้าใส่เธออย่างจัง มันไม่เพียงแค่ทำร้ายร่างกาย แต่ยังพยายามกัดกินจิตใจของเธออีกด้วย เธอรู้สึกราวกับว่ากำลังถูกดึงลงสู่ห้วงแห่งความมืดมิดที่ไร้ที่สิ้นสุด

"ท่านหญิง! ระวังขอรับ!" เฟย์ร้องเตือนเสียงหลง ภูติตัวน้อยพยายามร่ายเวทมนตร์ป้องกัน แต่พลังของปีศาจตนนั้นรุนแรงเกินกว่าที่ภูติจะต้านทานได้

อาร์เธอร์พุ่งเข้ายืนขวางหน้าเอลิน่าในทันที แสงสีทองจากปีกของเขาส่องประกายเจิดจ้า เขาชักดาบแสงคู่ใจออกมา และเข้าต่อสู้กับร่างเงาอย่างดุเดือด ทุกครั้งที่ดาบของอาร์เธอร์ฟาดฟันลงไป แสงสีทองจะปะทะกับเงามืด เกิดเป็นประกายไฟที่สว่างวาบท่ามกลางความมืดสลัวของหุบเขา

แต่ปีศาจตนนั้นแข็งแกร่งเกินคาด ร่างของมันดูเหมือนจะไม่ได้รับบาดเจ็บจากดาบแสงของอาร์เธอร์ และมันยังสามารถควบคุมกระแสลมแห่งคำสาปให้พัดเข้าโจมตีพวกเขาอย่างต่อเนื่อง

"มันคือ 'เงาแห่งนรก'!" อาร์เธอร์กล่าวเสียงเข้มขณะที่ปัดป้องการโจมตีของปีศาจ "มันเกิดจากการรวมตัวของวิญญาณที่ถูกคำสาปกลืนกิน และพลังของมันแข็งแกร่งขึ้นจากการดูดกลืนความทุกข์ทรมานของผู้คน"

เอลิน่าพยายามรวบรวมสมาธิ เธอสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดและความเคียดแค้นที่แผ่ออกมาจากร่างเงาแห่งนรก มันคือความรู้สึกของวิญญาณที่ถูกทรมานมานับร้อยปี และความปรารถนาเดียวของพวกมันคือการหลุดพ้นจากพันธนาการ

"ข้าจะหยุดมันเอง!" เอลิน่ากล่าวด้วยความมุ่งมั่น เธอปิดตาลง และรวบรวมพลังแห่งสายเลือดบริสุทธิ์ที่เพิ่งตื่นขึ้นมาใหม่ พลังงานที่เคยรู้สึกเหมือนเป็นเพียงแรงสั่นสะเทือน บัดนี้กลับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเวทมนตร์ธาตุแสงของเธอ เกิดเป็น "กระแสพลังสีเงินอมทอง" ที่เปล่งประกายเจิดจ้าจากร่างของเธอ

เมื่อลืมตาขึ้น ดวงตาของเอลิน่าก็ไม่ได้เป็นเพียงสีเขียวมรกตอีกต่อไป แต่มีประกายสีเงินอมทองที่ส่องสว่างอยู่ภายใน เธอสัมผัสได้ถึงความเชื่อมโยงกับวิญญาณที่ถูกจองจำในร่างของปีศาจ เธอเห็นภาพความทุกข์ทรมานของพวกเขา ภาพที่ถูกปีศาจโบราณเข้ายึดครอง และถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของป่าอย่างโหดร้าย

"พวกเจ้า... ไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว!" เอลิน่ากล่าวเสียงก้อง แม้ปีศาจจะคำรามและพยายามเข้ามาทำร้ายเธอ แต่เธอก็ไม่หวั่นไหว

เธอเหยียดมือออกไปข้างหน้า และปล่อยกระแสพลังสีเงินอมทองเข้าใส่ร่างเงาแห่งนรก พลังนั้นไม่ได้ทำร้ายปีศาจโดยตรง แต่มันกลับ "ชำระล้าง" ความมืดมิดที่ปกคลุมวิญญาณเหล่านั้น เมื่อพลังสัมผัสกับร่างเงา เสียงคร่ำครวญของวิญญาณที่ถูกจองจำก็เปลี่ยนเป็นเสียงร้องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัว แต่ก็แฝงไว้ด้วยความหวังอันริบหรี่

ร่างเงาแห่งนรกเริ่มสั่นคลอน พลังของมันอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อวิญญาณที่ถูกจองจำเริ่มปลดปล่อยตัวเองออกจากพันธนาการ

อาร์เธอร์ที่เห็นโอกาสก็พุ่งเข้าโจมตีซ้ำด้วยดาบแสงของเขา ตัดผ่านร่างเงาที่อ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว เสียงกรีดร้องสุดท้ายของปีศาจดังก้องไปทั่วหุบเขา ก่อนที่ร่างของมันจะสลายกลายเป็นเพียงละอองสีดำที่จางหายไปในอากาศ

เมื่อปีศาจสลายไป หุบเขาลืมเลือนก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทันที หมอกหนาเริ่มจางหายไป ต้นไม้ที่เคยบิดเบี้ยวเริ่มกลับคืนสู่สภาพเดิม และเสียงร้องไห้ของวิญญาณก็เงียบสงบลง เอลิน่ารู้สึกได้ถึงความเบาบางในอากาศ ราวกับว่าวิญญาณเหล่านั้นได้รับการปลดปล่อยจากความทุกข์ทรมาน และพวกเขากำลังส่งคำขอบคุณมายังเธอ

แต่แล้ว เอลิน่าก็รู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่แผ่นหลัง พลังที่เคยไหลเวียนอย่างเต็มเปี่ยมเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว ร่างของเธอเริ่มสั่นคลอน

"ท่านหญิง!" เฟย์และอาร์เธอร์รีบเข้ามาประคอง

เมื่อเธอหันกลับมามองไปยังเงาสะท้อนในแอ่งน้ำเล็กๆ สิ่งที่เธอเห็นทำให้เธอแทบหยุดหายใจ บนแผ่นหลังของเธอ "รอยแตกเล็กๆ" ได้ปรากฏขึ้นบนผิวหนัง ราวกับว่ากำลังมีบางสิ่งพยายามจะฉีกออกจากภายใน แต่ยังไม่สมบูรณ์

"นี่มันอะไรกัน?" เอลิน่าถามด้วยความงุนงง

อาร์เธอร์จ้องมองรอยแตกนั้นด้วยสีหน้าที่จริงจัง "พลังแห่งสายเลือดบริสุทธิ์ของเจ้าหญิงกำลังจะปลดปล่อยปีกของเจ้าหญิงให้เป็นอิสระ แต่การต่อสู้กับเงาแห่งนรกนั้นรุนแรงเกินไป ทำให้กระบวนการนี้ไม่สมบูรณ์"

เขาแตะที่รอยแตกนั้นเบาๆ "เราต้องรีบไปหา 'ขนนกแห่งแสง' ก่อนที่พลังของเจ้าหญิงจะหมดลง และก่อนที่รอยแตกนี้จะสร้างความเสียหายอย่างถาวร"

การต่อสู้กับเงาแห่งนรกได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่ผลลัพธ์ที่ตามมากลับเป็นปริศนาใหม่ที่น่ากังวล ปีกที่ไม่อาจโบยบินของเอลิน่ากำลังจะตื่นขึ้น แต่คำถามคือ...มันจะสมบูรณ์แบบหรือไม่? และอะไรคือสิ่งที่รอคอยอยู่เบื้องหน้าของพวกเขาในหุบเขาที่ยังคงเต็มไปด้วยความลึกลับ